ชีวิตเน่าๆตอนปีสอง

posted on 03 Feb 2009 22:58 by cokeclub

หลังจากที่หยุดพักไปนานเนื่องจากการสอบพาร์ทที่สามมาถึง ทุกคนก็ได้สลบไสลไปพร้อมๆกับคะแนนที่ออกมาคร่าชีวิตนักศึกษาได้ทุกเมื่อ แต่ถึงกระนั้น ทุกคนก็ยังหน้าด้านเรียนมันต่อไป เพื่อเงิน เอ๊ย!! เพื่องานที่เรารักในอนาคต

จริงๆก็อยากเล่าเรื่องของปีหนึ่งอีกหลายเรื่อง แต่นึกไม่ออก ไว้นึกออกแล้วจะมาเล่าละกันนะครับ

สำหรับบล๊อกนี้ ใครหลงเข้ามาแล้ว ก็จงอ่านให้จบซะดีๆ ถึงแม้มันจะยาวหน่อย แต่ก็ต้องอ่านนะ บังคับ!!

 

ตอนนี้ข้าพเจ้าเองก็ได้เรียนร่ำคร่ำวิชามาจนจะจบปีสองแล้ว

เหลือแค่สอบไฟนอลเท่านั้น ข้าพเจ้าก็จะเลเวลอัพเป็นปีสามแล้ว

 

สำหรับชีวิตปีสองหนึ่งปีเต็มๆที่ผ่านมาถือว่าเทียบความซิมเปิ้ล ซิมพลี กับปีหนึ่งไม่ติดฝุ่นเลย

ไม่มีความสบายใดๆทั้งสิ้นมาย่ำกรายเข้ามาในชีวิตนักศึกษาเภสัชอย่างเราๆเลย

แม้แต่เพื่อนของข้าพเจ้าซึ่งเป็นหญิงสาวสถุนเกิร์ลคนหนึ่ง ซึ่งชีวิตสาวนางนี้มีความรักสบายมาตลอดชีวิต ต้องมาเสียอุดมการณ์ เปลี่ยนตัวเองกลายเป็นหญิงสาวที่ขยันขึ้นมาหน่อย ข้าพเจ้าขอไม่เอ่ยนามละกันนะว่าเธอคนนั้นชื่อ นิคส์ (อ้าวว!!)

 

ระหว่างที่ข้าพเจ้ากำลังทำการอัพบล๊อกอยู่นี้ โปรแกรมสแกนไวรัสก็ได้ทำงานอย่างสนุกสนานไปพร้อมๆกัน ด้วยการค้นพบไวรัสไปแล้วในเครื่องของข้าพเจ้า ไม่ต่ำกว่า 20 ตัว ฆ่าได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ตามประสาโปรแกรมสแกนไวรัสบนโลกนี้ที่ไม่เคยฆ่าไวรัสได้หมด
ทำไมกันหนอ เพราะ Thumb Drive ของรุ่นพี่คนหนึ่งแท้ๆ ที่เอางานมาให้ข้าพเจ้าแล้วอีไวรัสอมตะนี่ก็ฆ่ามัันไม่ได้ ทั้งๆที่พาร์ทไวรัส ข้าพเจ้าทำคะแนนได้ดี แต่ทำไมไวรัสคอมพ์ ถึงแพ้มันราบคาบ
ส่งร้านเท่านั้นแหละ!!(นอกเรื่องทำไม :: ก็เค้าอยากบ่นอ้ะะะะะะะะะ!!)

 

สำหรับการศึกษาในชั้นปีที่สองของเภสัช มช.นี้ จะได้เรียนสามที่ คือ หลักๆที่คณะแพทย์ รองลงมาคือในมอ และน้อยสุดคือที่คณะเภสัช เนื้อหาเริ่มจะเข้าสู่วิชาชีพมากขึ้น แต่ก็ยังวิทยายุทธไม่สูงมากพอจะให้คำแนะนำเรื่องยาได้หรอกนะ ก็แค่ผลิตยาตามตำรับได้ และรู้ยาเกี่ยวกับโรคติดเชื้อบ้างเล็กๆน้อยๆ มั่วๆกันบ้างตามประสาของนักศึกษาภูมิภาค เรามาไล่รายวิชากันเลยดีมั้ย??

ดีไม่ดี ก็จะทำ นี่บล๊อกกู เอ๊ย!! ห่า ลืมตัว นี่บล๊อกของข้าพเจ้านะ (คอมเจอไวรัสอีกละ เซ็ง)

สำหรับเทอมแรก เนื้อหาโดยรวมจะเป็นพื้นฐานของวิชาปีสาม และปีสองเทอมสองบ้างนิดหน่อย โดยเฉพาะ Technical terms ต่างๆที่จำเป็นอย่างมากในการใช้อ่าน text books(หนังสือที่บุรุษและสตรีแทบจะไม่แตะถ้าอาจารย์ไม่สั่งตรง)

เรามาเริ่มกันเลยมั้ย เกริ่นเยอะเกินไปทำไม เสียเวลา เสียอนาคต เผลอๆอาจเสียใจได้อีก

1. English for Academic Purpose

หรือเรียกกันติดปากว่า Eng 203 เป็นวิชาที่ต่อมาจาก Eng ง่าวๆ สองตัวแรก และไม่มีความสนุกเอาซะเลย เนื้อหาในวิชานี้จะเป็นภาษาอังกฤษแบบที่เราจะต้องใช้เป็นพื้นฐานในงานวิชาการต่างๆ โดยการเรียนจะโดนอาจารย์บังคับให้หา Topic ที่เราสนใจมาหนึ่งเรื่องในกลุ่ม (เป็นคู่) แล้วก็นำมาเขียน มาเรียบเรียงใหม่ ให้เป็นภาษาทางวิชาการ โดยจะมีการตรวจละเอียดทั้ง Topic, Main idea, Take notes, Outline, Report และรวมไปถึง presentationด้วย คะแนนในแต่ละส่วนก็ได้มายากบ้างง่ายบ้าง แล้วแต่ Section ชีวิตเศร้าชาวกาดหลวงจริงๆ

2. Organic Chemistry I & Lab.

วิชาเคมีของคณะวิทย์ ตัวที่สาม เป็นวิชาที่เทพเจ้าลงโทษบุคคลขี้เกียจอย่างข้าพเจ้า ให้เสียใจอยู่ร่ำไป เนื้อหาของเคมีตัวนี้เป็นอะไรที่ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ยากแก่การแก้ปัญหา(มากมาย) ว่าด้วยสารอินทรีย์ต่างๆที่เราพบเจอกันในชีวิตประจำวันนี้ ตั้งแต่การวิเคราะห์เชิงคุณภาพ ปริมาณ การสังเคราะห์สาร ปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องและกลไก โอ้วว์พระเจ้าลงโทษแท้ๆที่ต้องมาเสียชีวิตการศึกษาตอนปีสอง
มันแตกต่างจากเคมีอินทรีย์ของมัธยมอย่างสิ้นเชิง เป็นอะไรที่ลึก(เกินไป)มากๆ ประกอบกับพรสวรรค์ของอาจารย์ผู้สอน ที่ไม่มีใครสอนรู้เรื่องเลยซักคนเดียว
หากใครขยันหน่อยก็เสียทุนทรัพย์เรียนเพิ่มเติม(เรียนพิเศษ)แต่หากใครขี้เกียจหน่อยและเสียดายตังค์อย่างข้าพเจ้า ต้องพร้อมที่จะปลงสังขาร ลาตายตอนสอบกันเลยทีเดียว

3. Anatomy for Pharmacy Students & Lab.

สังเกตจากชื่อวิชา มีคำว่า for Pharmacy students แสดงว่ามีหลายคณะที่เรียนน่ะสิ ตัวนี้เรียนที่คณะแพทย์
วิชานี้ว่าด้วยกายวิาคศาสตร์ของร่างกาย คือ โครงสร้าง ส่วนประกอบต่างๆ องค์ประกอบต่างๆของร่างกายระบบต่างๆ ซึ่งเป็นวิชาที่ต้องท่องเท่านั้นถึงจะครองโลกได้ และแม้จะเป็นวิชาเล็กๆ แต่ก็เล็กพริกขี้หนูจริงๆ หลายคนเน่าเปื่อยไปก่อนอาจารย์ใหญ่ก่อนสอบแล้วด้วยซ้ำ
สำหรับแลบ ของนศ.เภสัช ไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องผ่าอาจารย์ใหญ่(สงวนสิทธิ์ให้ นักศึกษาแพทย์ ทันตแพทย์ และกายภาพบำบัด ที่ต้องมีความรู้ในด้านนี้ดีเยี่ยม) เพราะมันไม่จำเป็นต่อวิชาชีพมากมายนัก แต่ต้องรู้ไว้เป็นพื้นฐานในวิชาอื่นๆ ซึ่งจะมีความเกี่ยวเนื่องกันตามมา ดังนั้นแลบที่ทำก็มักจะเป็นแลบตั้งแสดงมากกว่า ซึ่งท่านอาจารย์ในภาควิชาที่เคารพก็ได้ผ่าอาจารย์ใหญ่ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
สำหรับการสอบ มีการสอบแลบกริ๊งด้วย ก็ตื่นเต้นกันเข้าไปใหญ่ จำได้บ้าง ไม่ได้บ้างตอบมั่วไปเลยทีเดียว (บางคนตอบขาเป็นปอดยังมี)

4. Physiology for Pharmacy Students & Lab.

 วิชาที่หน่วยกิตเยอะที่สุดของปีสองเทอมหนึ่ง ถ้าเกรดห่างกันแค่ระดับเดียว ก็อาจทำให้เกรดของท่านกับเพื่อนต่างกันราวดาวดึงส์กับอเวจี วิชานี้ว่าด้วยการทำงานต่างๆของระบบต่างๆของร่างกาย ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับวิชา Anatomy ดังนั้น จึงทิ้งกันไม่ได้เลยทีเดียว (บางมหาลัยเอาสองวิชานี้เรียนรวมกัน)
สำหรับคณะเภสัชก็ได้เรียนเยอะพอสมควร เพราะต้องใช้เป็นพื้นฐานในวิชาเภสัชวิทยาของปีสาม เกี่ยวกับการทำงานของยาในร่างกาย
สำหรับข้าพเจ้าแล้ววิชานี้เป็นวิชาแห่งความเข้าใจ ท่องไปก็ไร้ประโยชน์ถ้าไม่เข้าใจมันก่อน เป็นวิชาที่ข้าพเจ้าและหลายๆคนชอบ
การเรียนแลบของวิชานี้ โดยมากก็จะเป็นการ Discussion, Conference ซึ่งต้องมีการเตรียมตัวไปก่อนเสมอก่อนทำแลบ ถ้าไม่งั้นล่ะก็ อาจารย์จะจิกๆๆๆๆๆๆๆๆๆถามจนเราจนมุมเลยทีเดียว (คะแนนก็ง่อยด้วย)

5. Pharmaceutical Technology I

สำหรับพระเอกในวิชาชีพของเทอมนี้ คือวิชานี้แหละ เทคโนโลยีเภสัชกรรม ว่าด้วยการศึกษาเทคโนโลยีเีกี่ยวกับการผลิตยาตั้งแต่การตั้งตำรับ แก้ปัญหา การผลิตตัวยา เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ สารพัดสารเพ
เป็นวิชาที่คณะเภสัชทุกมหาวิทยาลัยได้เรียนแน่ๆ แต่จะเรียงเนื้อหาการเรียนอย่างใดนั้นไม่ทราบ โดยของมช.นั้น เอายาเม็ด(คือเทอมนี้แหละ) ขึ้นมาเรียนก่อน เพราะเป็นยาที่พบเห็นได้บ่อยทั่วไปตามท้องตลาด แม้แต่ตามพื้นถนน ก็ยังมี
เนื้อหานั้นเน้นเรียนการเตรียมยาในรูปแบบของแข็งซะเป็นส่วนใหญ่ คือ ยาเม็ด แคปซูล ยาผง ยาแกรนูล ฯลฯ หรืออะไรก็ได้ที่มันแข็งได้ ไม่มีน้ำเยิ้มไหลเจิ่งนองอรอุมา โดยมีการใช้ความรู้ของ Physical Chemistry มาผสมผสานด้วย จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นวิชา Physical Pharmacy ย่อมๆก็ได้
สำหรับแลบนั้น ตอนเปิดเทอมทุกคนจะถูกบังคับให้ซื้อตะกร้าอุปกรณ์คนละหนึ่งใบ ในราคาที่แพงกว่าท้องตลาดทั่วไปมากนัก ทำไมถึงแพง ต้องไปถามคณบดี อยากรู้เหมือนกัน ใครก็ได้ถามให้ที
เวลาเข้าแลบ ก็ต้องใส่หมวกคลุมผม บางแลบต้องใช้ผ้าปิดปากด้วย แลบนี้สนุกสนานกว่าแลบเคมีทั่วไปมาก เพราะเป็นแลบที่กินได้(แต่มักจะไม่กินกัน เพราะมันขม) และสารต่างๆที่ใช้มักเป็นสารที่ปลอดภัยกับร่างกาย ประกอบกับอุปกรณ์ทำยาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องผสม เครื่องตอกอัด เครื่องทำให้แห้ง โอยสารพัดจะโรบิน แต่ว่าเป็นแลบที่เข้มงวดเรื่องระเบียบการแต่งกายและความสะอาดมาก เนื่องจากมันเป็นการทำยาให้ปุถุชนคนสามาัร เอ๊ย!! สามัญ กินนั่นเอง
นอกจากทำยาแล้ว ยังมีการทำรายงานเป็นกลุ่ม โดยเป็นการฝึกพื้นฐานให้ใช้หนังสือเภสัชตำรับสากลเป็นอีกด้วย(แปลยากมาก ศัพท์วอก น่ารำคาญ) สรุปว่าวิชานี้แลบสนุกมาก แต่ทฤษฎี ทุกคนพร้อมใจกันเน่าเฟะ และเป็นวิชาตัดเกณฑ์ ตัวใครตัวมัน ได้เอกันแค่ไม่กี่คนเอง T_T

 

สำหรับเทอมหนึ่งก็ผ่านพ้นไป ดูเหมือนจะเรียนน้อยใช่มะ แต่จริงๆแล้วเรียนเยอะมาก เพราะมีแลบอีกแลบละประมาณสามชั่วโมง รวมถึงการสอบย่อยของวิชา Physio ที่สอบถึงสี่ครั้งกันเลยทีเดียว ทำให้ปีสองเทอมหนึ่งนี้ทุกคนเริ่มขยันกันขึ้นมาหน่อย หลังจากปล่อยตัวเองเป็นพ่อหม้ายแม่หม้ายนอนสบายที่หอกันในตอนปีหนึ่ง
แต่คนที่ยังปรับตัวไม่ได้ ก็มาเน่าเอาเทอมนี้แหละ

เทอมสอง มฤตยูแห่งวงการเภสัชกรรมไทยได้ก่อกำเนิดขึ้นที่เทอมนี้ แม้ว่าวิชาเทอมที่แล้วจะเป็นเนื้อหาที่ค่อนข้างหนักหน่วง แต่ถ้าเทียบกับเทอมนี้แล้วถือว่านกกระจิบมาก
การเรียนในเทอมนี้ต้องเตรียมตัวสอบเรื่อยๆ สอบบ่อยมาก ถึงมากที่สุด เนื้อหาก็ยัดอย่างสุดซึ้ง ซึ้งมากจนมีเพื่อนหลายๆคนไปกรี๊ดที่ผับระบายความแค้นมานักต่อนักแล้ว (เอ๊ะ ยังไง)

1. English for Health Science

สงวนสิทธิ์ให้เฉพาะนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพเท่านั้นที่ถูกบังคับให้เรียน เช่นเดียวกันกับวิชา Eng 203 เนื้อหาเหมือนกันแทบจะเป็นฝาแฝดเลยทีเดียว แต่ต่างกันตรงที่ Eng ตัวนี้จะเน้นในการนำเสนองานวิจัยด้านสุขภาพซะมากกว่า(ไวรัสคอมพ์ เด้งมาเตือนอีกละ เดี๋ยวเหอะมึงๆๆๆๆ พ่อจะฟาดให้เรียบเลย)

2. Organic Chemistry II & Lab.

เป็นวิชาที่นักศึกษาเภสัชทุกคนเฝ้าแต่โหยหาว่าเมื่อไหร่มันจะใช้กรรมใช้เวรกับวิชานี้หมดซักที นอกจากเนื้อหาเทอมที่แล้วที่ทำให้ทุกคนช้ำอกช้ำใจตามมาหลอกหลอนแล้ว ยังมีเนื้อหาเพิ่มเติมเข้ามาคือ Stereo Chemistry ว่าด้วยการจินตนาการภาพสามมิติของพวกสารอินทรีย์ ต้องใช้ความรู้การจิตนาการระดับสูงมาเข้าช่วย
ดังนั้นใครที่มโนเก่ง มีแน้วโน้มเลยว่าพาร์ทนี้แหละ ชั้นขอฟัน(หรืออาจจะโดนฟันซะเอง)
สำหรับแลบ ก็ไม่มีอะไรมาก ก็แค่เอาแลบเดิมๆมาให้เรียนบ้าง อะไรบ้าง เหมือนไม่รู้จะให้เรียนอะไร แต่ต้องเรียนให้ครบหน่วยกิตก็แค่นั้น

3. Parasitology for Pharmacy Students

วิชาที่ว่าด้วยสัตว์ร้ายตัวเล็กๆที่มันเข้ามาทำมิดีมิร้ายกับร่างกายเรา ซึ่งนั่นก็คือพวก โปรโตซัว พยาธิ และสัตว์ขาข้อต่างๆนั่นเอง เป็นวิชาชิลๆสบายๆ เรียนแค่ชั่วโมงเดียวต่อสัปดาห์ ไม่มีแลบ เพราะไม่ได้เรียนละเอียดล้ำลึกแบบสุดๆเหมือนเทคนิคการแพทย์(นับถือจากใจจริงๆ เสียสละเพื่อประชาชนมากวิชาชีพนักเทคนิคการแพทย์นี้)
เนื้อหาโดยมากจะเป็นสัตว์ต่างๆที่กล่าวมา ว่าตัวสำคัญมีอะไรบ้าง วงจรชีวิตยังไง วินิจฉัยทางแลบยังไง ก่อโรคอะไร อาการยังไง ให้ยาอะไรรักษา ซึ่งเนื้อหาที่เน้น ก็คือวงจรชีวิต(ซะงั้น!!!!!)

 **ขอดาวนิดนึง--วิชานี้ค่อนข้างใช้ความอดทนสูงในการดูรูปภาพที่น่าขยะแขยงของพวกพยาธิสารเลวที่ชีวิตเกิดมาไม่มีประโยชน์อะไรนอกจากทำร้ายสัตว์ที่โตกว่า

4. Microbiology for Pharmacy Students & Lab.

วิชาที่เป็นตัวอิจฉาของเทอมนี้เลยก็ว่าได้ ทำตัวประดุจดังนังแก้วเกล้าแห่งแก้วล้อมเพชร ที่ฆ่าคนเป็นว่าเล่น เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับ จุลชีววิทยาทางการแพทย์ที่เรียนละเอียดลึกลงมาในเชื้อที่เราพบบ่อย โดยจะแบ่งเป็นสี่พาร์ท คือ ภูมิคุ้มกันวิทยา ไวรัสวิทยา แบคทีเรียวิทยา และ กิณวิทยา(เชื้อรา ชื่อเพราะมาก) โดยจะเน้นหนักในตัวเชื้อว่ามันก่อโรคอะไรได้บ้าง ซึ่งขอบอกเลยว่าอีเชื้อตัวหนึ่งเนี่ยก่อโรคเยอะมาก อาจจะแสดงอาการหรือไม่แสดงอาการ แล้วแต่ภูมิคุ้มกันของคน รวมถึงวิธีการวินิจฉัยทางแลบ จากอาการ(ไม่ค่อยลึกมากนัก) และการรักษา
ซึ่งวิชานี้เองเป็นวิชาที่เราได้เรียนทัดเทียมกับแพทย์ แต่โชคดีที่เน้นไปคนละแนวทาง โดยแพทย์จะเน้นไปในทางอาการ การก่อโรค การวินิจฉัยซะมากกว่า ส่วนเภสัช จะเฉลี่ยๆกัน เลยไม่หนักหน่วงเท่าเค้า
แต่ถึงแม้จะโชคดีก็ตาม วิชานี้แหละที่เป็นวิชาฉุดคร่า เหมือนพรากอวัยวะเพศชายไปจากผู้ชายเลยก็ไม่ปาน
สำหรับแลบเองโดยมากจะเป็นแลบตั้งสาธิตและต้องมีลงมือทำบ้าง ในการเพาะเชื้อ ส่องกล้องจุลทรรศน์ หรือปฏิกิริยาของภูมิคุ้มกัน

5. Biochemistry for Pharmacy Students & Lab.

เนื้อหาเกี่ยวกับชีวเคมีทางการแพทย์และโภชนาการทางการแพทย์ เป็นวิชาเคมีตัวสุดท้ายที่ได้เรียนนอกคณะ และตัวนี้เองที่เป็นวิชาที่เภสัชต้องเรียนค่อนข้างจะละเอียด และได้ใช้ประโยชน์จริงทางด้านวิชาชีพ
รายละเอียดที่เรียน จะเป็นปฏิกิริยาต่างๆภายในร่างกาย รวมถึงความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้น และแนวทางการทำงานของยาในการแก้ไขปฏิกิริยานั้นเมื่อเข้าไปในร่างกาย
พึ่งรู้เดี๋ยวนี้เอง ร่างกายของคนเรานั้นซับซ้อนกว่าที่คิดไว้มาก และยาเองก็เก่งพอที่จะไปอวัยวะเป้าหมายได้ หรูจริงๆเภสัช คิดได้
สำหรับหน่วยกิตของวิชานี้ เป็นหน่วยกิตที่โหดร้าย แต่ถ้าเทียบความยากกับวิชา Micro แล้วล่ะก็ วิชานี้ยังสบาย
แต่ก็แบ่งสอบออกเป็นเจ็ดครั้งด้วยกันเนื่องจากจำนวณเนื้อหาที่เยอะเกินมนุษย์จะสอบแค่ครั้งสองครั้งได้
ประกอบด้วย พาร์ททฤษฎีห้าครั้ง และแลบอีกสองครั้ง
สำหรับการเรียนแลบ ก็งั้นๆ ไม่มีอะไรมาก ชิลๆ

6. Pharmaceutical Technology II & Lab.

ว่าด้วยยาน้ำใส(ย้ำนะว่าน้ำ"ใส") เนื้อหาของวิชานี้ Level สูงขึ้นมาจากตัวแรกค่อนข้างมาก โดยจะเป็นวิชา Physical Pharmacy มากขึ้น พึ่งมารู้เทอมนี้นี่เองว่า วิชาฟิสิกส์ก็ได้ใช้บ้างในวิชาชีพนี้ในหลักการเครื่องมือต่างๆ แต่ที่โหดร้ายคือการคำนวณที่เพิ่มเข้ามาอย่างมากมาย เนื้อหาไม่ต่ำกว่าเรื่องละห้าสูตร แล้วยำกันจนงง โอยยยย ชีวิตวัยรุ่นก็ได้มาจบเทอมนี้แหละ
แลบของวิชานี้ อาจารย์จะเน้นในการแก้ปัญหาของการเตรียมยา และฝึกให้เราคิดเอง ทำเองมากขึ้น นอกจากนี้ยังฝึกให้เปิดเภสัชตำรับสากลอย่างเป็นกิจวัตรประจำวันอีกด้วย(เว่อไป) นอกจากนี้ยังมีการทำรายงาน"เดี่ยว"ในการค้นคว้าข้อมูลของยาที่ได้รับมอบหมาย จากเภสัชตำรับสากลถึงเจ็ดเล่มด้วยกัน อ้วกเป็นภาษาอังกฤษเลยทีเดียว
สำหรับการเตรียมยาน้ำใสเอง เป็นแลบที่สนุกที่สุดตั้งแต่เรียนมา เพราะต้องเตรียมเองคนเดียว และอุปกรณ์ในตู้้ทุกอย่างเป็นของข้า ฮาๆๆๆๆๆ มีการเตรียมอย่างเฮฮาปาจิงโกะ เติมสี กลิ่น ตามใจชอบ(แต่ถ้าเติมสีและกลิ่นไม่เข้ากันก็โดนอาจารย์ประณามถึงโคตรเหง้าเหล่าเจ็กกันเลยทีเดียว[เว่อได้อีก])

 สรุป การเรียนเทอมสองก็ไม่มีอะไรมาก ก็แค่ไปเรียนตั้งแต่เช้า กลับหอห้าโมงเย็นทุกวัน นอน กิน อ่านหนังสือ อาบน้ำ บ่น ครวญคราง ไม่มีเวลาว่างทำอย่างอื่น กิจกรรมก็รุมซัด ป่วย

สำหรับปีสาม ไว้ถึงปีสาม หรือสืบเรื่องราวอะไรได้ค่อยมาเล่า (เห็นว่าหนักกว่านี้อีก)

 

ตอนแรกว่าจะอัพเรื่องไร้สาระ แต่ดั๊นนนนนนนนนนนนนนน คิดเรื่องมีสาระได้

ไปละ จะสอบละ ว่าจะอ่านหนังสือก่อน บายคับทุกคน ขอบคุณที่ทนอ่าน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เพื่ออนาคต อิอิ

บางทีการมาเรียนวิทย์สุขภาพ มันทำให้คนอื่นตั้งความหวังมากๆเลย ว่ามั้ยคะ

ประมาณว่า ลองภูมิ อิอิ

ถ้ารู้ก็จะตอบ ถ้าไม่รู้หรือยังไม่เรียน หรือเรียนแล้วไม่จำก็จะบอกว่า เอ่อ...อันนี้ ยังเรียนไม่ลึกขนาดนั้น ไว้จะไปหาข้อมูลมาให้นะคะ

เคยเป็นมั้ยคะ อิอิ

#1 By Pixel (203.107.154.2) on 2009-02-04 18:21



ชีวิตของดิฉัน ไปเรียน กลับหอ กิน นอน "เล่นคอม" อ่านหนังสือ "คุยโทรศัพท์" อาบน้ำ บ่น ด่าอาจารย์ นอน 555+

เทอมนี้ขนาดขยันอ่านแล้วนะยังได้คะแนนเท่าจิ๋มมด ถ้าไม่อ่านล่ะมึงเอ้ยยย อู่หลงทั้งเทอม

#2 By niCssArA on 2009-02-04 20:23

ลืมกด Hot!

#3 By niCssArA on 2009-02-04 20:24

อนาจ ชีวิต ปี สอง

- -

#4 By มาริสา (222.123.17.53) on 2009-02-04 20:27

อนาจ ชีวิต ปีสอง

- -*

#5 By มาริสา (222.123.17.53) on 2009-02-04 20:28



เห็น มึง เรียน ละ น่ากลัวจิงๆ


ฮ่าๆ


อดเอาเมิงง

#6 By E a R t H ™ (118.172.57.95) on 2009-02-11 21:32